11 นิสัย ที่ไม่ควรทำในที่ทำงาน มันไม่มีใครชอบคุณแน่ๆ

1. บ้ าอำนาจ

สำหรับผู้บริหารนั้นก็จงให้ทบทวนตัวเองสักหน่อย ว่าคุณเป็นนายประเภท

ต้องทำตามที่บอกเท่านั้นหรือไม่ ? ..หากใช่ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าคุณกำลังปล่อยพิ ษ ร้ า ย

ขั้น รุ น แ ร งแก่องค์กร เมื่อไหร่ที่องค์กรขับเคลื่อนด้วย “ความกลั ว” ไม่ว่าจะกลัวถูกตำหนิ กลัวมีความผิด

หรืออะไรก็ตามแต่มันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่ๆ โดยเฉพาะหากเทียบกับการขับเคลื่อนองค์กร

ด้วยพลังบวกที่ใครๆ ก็อย ากแสดงความคิดเห็นอย ากทดลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่า

หากทำพลาดไปแล้วจะโดนด่า ความกระตือรือร้น ของพนักงานต่างกันอย่างแน่นอน แม้ว่ามันจะง่าย

เวลาจะสั่งโดยใช้ “ความกลัว” เป็นแร งขับ แต่คุณก็ต้องแลกกับการทำให้องค์กร

ไม่มีชีวิต ทุกคนอยู่อย่าง ห ว า ด ร ะ แ ว งกลัวว่าถ้าทำผิ ดแล้วจะโดนดุ ไม่มีทางสร้างอะไรดีๆ ขึ้นได้แน่!

2. โมโห ร้ า ยความฉลาด ทางอารมณ์ต่ำ

แม้ IQ ฉลาดระดับไอน์สไตน์ อาจไม่สามารถ อยู่รอดในสนามธุรกิจ หากขาด

EQ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้ความสัมพันธ์ กับคนรอบข้างราบรื่นมากขึ้น

ผลเสียของการ มีความฉลาดทางอารมณ์น้อยเกินไป เป็นได้ตั้งแต่การสอบตก เรื่องทักษะ

การสื่อสาร ทำ ล า ยความน่าเชื่อถือของตัวคุณเอง ไปจนถึงเป็นพิ ษต่อธุรกิจ

ส่งผลกระทบต่อทุกคนที่คุณติดต่อด้วย คนที่มี EQ ดี จะเข้าอกเข้าใจคนอื่น

รู้ทันอารมณ์ของตนเอง รับรู้ถึงอารมณ์ ความต้องการของคนรอบข้างได้อย่างดี

ยิ่งมี EQ ดีมากเท่าไหร่ มันยิ่งจะสามารถสร้างทีมเวิร์ก ในฝันให้เกิดขึ้นได้มากขึ้น

3. เป็นคน “ช่างแซะ”

เวลามีเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนช่างแซะ เบื่อไหม แม้ว่าการจิกกั ดเล็กๆ น้อยๆ อาจดูเป็นเรื่องสนุก

แต่ถ้าล้ำเส้น คุณก็อาจกลายเป็นตัวน่ า รั ง เ กี ยจของคนอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะคำพูดเชิงดู ถู กเ สี ย ด สี

ให้คนอื่นดูแ ย่นั้น ขอให้เลิกเลย คนฉลาดๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้

เพราะยิ่งว่าคนอื่นมากแค่ไหน คุณก็ดู แ ย่มากขึ้นเท่านั้น เลิกนิสัยนี้เสีย ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยดี

เคารพคนอื่นและบังคับใจตัวเอง ที่คั นปากอยากจะแซะคนอื่นให้ได้

ไปหาวิธีพูดจา ให้สร้างสรรค์ แบบนี้มันจะดีกว่านะเธอ

4. สัญญา ก็ไม่เป็นสัญญา

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนเฉื่อยๆ รับปากอะไรแล้วทำไม่ค่อยจะได้ จงรู้ไว้ว่า คุณกำลังดิสเครดิตตัวเองลงมาเรื่อยๆ

โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้นำองค์กร พฤติกร ร มแบบนี้นั้น จะทำให้ใครๆ ต่างก็

ไม่เชื่อถือคุณ หากต้องการจะให้ทุกๆ คนยอมรับ เชื่อถือในตัวคุณ

สิ่งพื้นฐานคือสัญญาอะไรไว้ก็ต้องทำตามที่พูด คนอื่นก็จะเชื่อมั่นในตัวคุณ

5. ไม่มีความอดทนเอาเลย

หนึ่งในตัวแปร ที่จะส่งผลให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น หัวใจสำคัญเลยคือ การรู้ว่าตอนไหน

ควรจะกระโดด หรือควรจะตั้งหลักให้มั่น แม้ว่าความแอ็คทีฟจะเป็นเรื่องดีแต่ก็ต้องรู้ หรือเลือกจังหวะ

ให้ถูกด้วย โดยเฉพาะถ้าจะต้องตัดสินใจอะไร คุณก็ควรตั้งสติวิเคราะห์เพื่อตัดสินได้อย่างเหมาะสม

คือ ให้ลองถอยกลับมาตั้งหลัก แล้วทบทวนอย่างรอบคอบ อดทนพิจารณาภาพรวมที่ใหญ่กว่า

ซึ่งหากคุณใจร้อนหรือด่วนตัดสินใจ แบบไม่คิดให้ถี่ถ้วนก็อาจส่งผลเสียตามมาได้

6. มนุษย์ที่เป็นเพอร์เฟคชั่นนิสต์ ยอมไม่ได้ หากเจออะไรไม่เป็นอย่างที่คิด

สำหรับคนที่บ่นโอดโอยว่างานหนักลองนึงถึง หน้าบอสสุดที่รักแล้วคิดถึงข้อดีอื่นๆ

เขาดูสิ หากบอสของคุณไม่ใช่ประเภทบ้ าอำนาจ ก็ต้องการคอนโทรล ทุกสรรพสิ่งให้

เป็นไปอย่างที่ใจคิด ฉะนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าคุณยังโชคดีกว่า อีกหลายๆ คนมากนัก

ในทางกลับกันคุณบอสนั้นก็ขอให้ลองทบทวนตัวเอง ดูสักหน่อยว่า คุณเป็นนายประเภทใด คุณยอมรับได้ไหม

หากเห็นอะไรๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ถ้าคุณเห็นแล้วรับไม่ได้จนหงุดหงิดแล้วล่ะก็

คงจะถึงเวลาที่คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเองได้แล้ว ทำใจยอมรับกับสิ่งที่ไม่ได้เป็นไปตามแผน

7. ใจเขาใจเรา ก็ไม่รู้จัก!

ใครที่ชอบนึกดู ถู กมองไม่เห็นหัวใคร จนติดเป็นนิสัยขอบอกให้รู้เลยว่าคุณกำลังทำ สิ่งที่แ ย่

มาก ในความเห็นของคนอื่น พฤติกร ร มแบบนี้ยังอาจส่งผล ไปถึงการบ่ อ น ทำ ล า ย องค์กรเลย

นิสัยปากเสีย ทำให้ดูเป็นคนเกรี้ยวกราด ในทางกลับกันการรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา

คนอื่นก็จะดึงดูดให้ใครๆ ก็อย ากเข้าหาคุณ เพราะมันทำให้ พวกเขารู้สึกดีเมื่ออยู่ใกล้คุณ รู้สึกว่าตัวเอง

มีคุณค่าหากเป็นลูกน้อง ก็จะยอมทำงานถวายหัวให้กับคุณเลยก็ว่าได้

8. ไม่รู้จัก คำว่า “ยืดหยุ่น”

การรู้จักคิดวิเคราะห์อะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง นำคำติชมจากคนอื่นๆ ไปปรับปรุง ถือเป็นสิ่งสำคัญ

ที่จะช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ แม้การทำตามแผนที่วางไว้ จะเป็นสิ่งจำเป็น

ต่อธุรกิจ แต่หากคุณเข้มงวดจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ

จนถึงการตัดสินใจใดๆ จะทำให้ตัวเลือกของคุณมีน้อยเกินและมันย่อมส่งผลเสียต่อธุรกิจ

ของคุณ องค์กรที่ประสบความสำเร็จในบางครั้ง ก็ต้องมีความยืดหยุ่นด้วย

โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน วิกฤติก็คือโอกาสได้

9. ใจแคบ

เมื่อเกิด “ความผิดพลาด” ก็มักจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของใครบางคน

คนบางคนก็มักจะชี้นิ้วใส่คนอื่น เมื่อมีอะไรผิดแล้วเขาก็มักจะมีคำตอบ ให้กับทุกเรื่อง

ที่สำคัญคือเชื่อแบบผิดๆ ว่าความคิดตัวเองถูก และไม่ค่อยฟังใคร

และซึ่งมันน่าจะดีกว่าหากคุณจะยอมเปิดใจ รับฟังคนอื่นสักหน่อย

เพราะการได้ถกเถียงการรับฟังความเห็นกัน คือสิ่งที่สามารถสร้างทีมเวิร์กที่ดีได้

แม้บทสรุปในตอนท้าย ไอเดียของคุณจะยังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดก็เถอะ

10. หลงตัวเองมากๆ

ทราบหรือไม่ว่าคนที่หลงตัวเอง ก็เป็นภั ยขั้นสุดต่อองค์กรเหมือนกัน เพราะอีโก้ที่คับอก

มันจะทำให้คุณ “มั่น” ในตัวเอง จนไม่ยอมฟังความเห็นใคร การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

มันไม่เพียงทำให้เสียโอกาส ที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ

คุณยังข ยี้ใจ ที่อย ากจะทำงานของคนอื่นๆ ไปด้วย

11. หงุดหงิด บ่น

ใครจะชอบคนที่มองอะไรก็แ ย่ ไปหมด โดยเฉพาะหากเห็นแล้วก็มีแต่บ่น

ก็จะยิ่งทำให้คนรอบข้าง รู้สึกแ ย่ไปด้วยไม่อย ากจะทำหรือพัฒนา

แก้ไขให้อะไรๆ ดีขึ้น หากคุณมัวแต่หมดพลังงานไปกับการบ่น หรือคร่ำครวญ

ก็คือคุณเอาแต่เติมพลังลบให้กับตัวเอง ในขณะเดียวกันคุณก็กำลังทำให้ ไม่มีใครอย ากเข้าใกล้คุณ