5 วิธี ที่ช่วยแก้หนี้บัตร ที่หลายคนไม่รู้ เลยทำให้ไม่จบไม่สิ้นสักที

การที่เราเป็นห นี้บั ตรเค รดิต โดยเฉพาะหากเริ่มมีห นี้แตะหลักหมื่น

หลายคนอาจรู้สึกผิด ที่ปล่อยตัวเองให้มาถึงจุดนี้ รู้สึกอาย ไม่บอกใคร

กลุ้มใจ อยากแก้ไขแต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับใคร ฉะนั้น เราเลยรวมวิธี

ปลดห นี้บั ตรเครดิต เผื่อมันจะช่วยคุณได้บ้าง มาดูกัน

1. ตั้งเป้าหมายให้เป็นไปได้

จริงอยู่ว่า การปลดหนี้บั ตรหลักหมื่น มันดูเหมือนย ากแต่ไม่ว่า จะกี่หมื่น

ก็สามารถหมดได้ หากคุณตั้งเป้าหมายมุ่งมั่นที่จะทำให้หมดไปได้

ซึ่งการจ่ายห นี้ จะหมดเร็วหรือช้า ก็อยู่กับความทุ่มเท ฉะนั้น ลองคำนวณง่ายๆ เช่น

–รวบรวมยอดเงินต้น ของห นี้ ที่มีทุกใบ เพราะเราต้องรู้ชัดเจนว่า มีหนี้เท่าไร

-คำนวณ ทำงบประมาณ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้

-ร ายได้ หั กรายจ่ายที่จำเป็น แล้วเหลือเท่าไหร่ที่มันจะพอจ่ายหนี้บัตรต่อเดือน

-ตั้งเป้าหมายให้หมดภายในกี่ปี ทำเท่าที่เราทำไหว

และจำไว้ว่า จงเลือกจำนวนที่ไม่สูงไป จนทำให้การเงินของเราตึง

เพราะมันติดขัด เราอาจต้องกลับไปเป็นหนี้บั ตรอีกครั้ง

2. ขอบคุณตัวเอง ที่รู้สึกตัว และอยากแก้ไขปัญหานี้

รู้ไหมว่า มีคนจำนวนมาก ที่รู้ตัวช้าหรือไม่รู้ตัวเลย เลยเถิดไปจนทำให้จำนวน

ห นี้สูงมาก คุณคือคนส่วนน้อย ที่มีความรับผิดชอบ มีความกล้าหาญ

และรักตัวเองมากพอ ที่จะไม่ปล่อยให้ปัญหานั้นบานปลาย

การลงมือแก้ไขปัญหานั้น ก็เริ่มจากการจ่ายบั ตรเครดิ ตแต่เนิ่นๆ

ช่วยไม่ให้เกิดการเสี ยประวัติเครดิ ตบูโ ร และนั่นจะทำให้คุณสามารถ

ไปทำธุรกร ร มขอวงเงิน ที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคต อย่างการ ซื้อรถ ทำธุรกิจ ซื้อบ้าน

3. ไม่เสียประวัติ หากจ่ายหนี้ ตรงเวลาทุกเดือน

เพราะการเสียประวัติ มันจะเกิดขึ้นหากเรา “ผิดนั ดชำ ระ” ฉะนั้น

แม้เรา “จ่ายขั้นต่ำ”ห นี้บั ตรเครดิต แต่หากจ่ายตรงเวลาทุกเดือน

ก็ไม่เสียประวัติ สำคัญเลยคือ การ รั ก ษ า ประวัติ การไม่ผิดนั ด ต้องจ่ายทุกเดือน

แล้วปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อเราเกิด “จ่ายขั้นต่ำบั ตรเครดิตไม่ไหว”

อย่างเช่น ย อ ดหนี้พุ่งไปที่ 80,000 บาท (อาจเกิดจากหลายๆ บั ต รรวมกัน)

มันจึงทำให้ต้องจ่ายขั้นต่ำ 10 % คือ 8,000 บาท /เดือน แต่หากเรา

จ่ายหนี้จำนวนเท่านี้ไม่ไหว หัวใจของการปล ดห นี้บัตร แบบไม่เสียประวัติ

นั่นคือ ต้องทำให้ ตัวเอง“จ่ายไหว ไม่ผิดนั ด” คือต้องไปทำให้จำนวนเงิน

ที่จ่ายต่อเดือน เป็นจำนวนที่เราจ่ายไหวได้ทุกเดือน ไปแบบต่อเนื่องจนกว่าจะหมดไปนั่นเอง

4. เลือกทางที่ใช่ และลงมือทำ

ทีนี้เราก็มาหาทางเลือก และลงมือทำกัน หากหั กรายจ่ายจำเป็นแล้ว

ยังเหลือเงินพอที่จะจ่ายห นี้บั ตร ให้หมดใน 10 เดือน

-หยุดใช้บั ตรก่อน

-จ่ายหนี้ ด้วยจำนวนเงินที่ “เท่าๆ กันทุกเดือน” ที่เยอะกว่ายอดขั้นต่ำ

จนกว่าจะจ่ายหมด แทนการ “จ่ายตามขั้นต่ำในแต่ละเดือน”

เพราะยอดที่ต้องจ่ายขั้นต่ำ ของบั ตรนั้นจะคำนวณตามยอดหนี้คงเหลือ

หากเราทยอยชำ ร ะไปเรื่อยๆ ภาระหนี้จะลดลง แล้วยอดชำ ร ะขั้นต่ำจะลดตาม

-ถ้ามีเงินฝากที่ออมไว้ ให้กันเงินสำรอง เผื่ อฉุ กเฉิ นไว้สัก 3-6 เดือน

แล้วส่วนที่เหลือ ก็นำไปปล ดห นี้ซะ

-ถ้ามีของที่ข ายต่อได้ ก็ข ายแล้วนำเงินมาจ่ายหนี้ มีเงินเมื่อไหร่ค่อยซื้อใหม่ก็ได้

-เปิดใจคุยกับครอบครัว ถ้าครอบครัวมีเงินช่วย หรือให้ยืม ก็นำมาแบ่ งเบา

ภาระซะ จากนั้นก็ตกลงเรื่องของการจ่ายคืนให้เรียบร้อย จะได้ไม่มีปัญหากัน

-จำให้ขึ้นใจ ว่าเรากำลังแก้ห นี้อย่างไม่เสียประวัติ เพราะงั้น เราต้องทำให้ยอด

ห นี้ที่ต้องผ่ อ นจ่ายลดลง จนถึงจุดที่เราจ่ายไหว ได้อย่างต่อเนื่อง

5. สร้างวินัยทางการเงิน ตลอดการจ่ายห นี้

-เรียนรู้จากที่เกิดขึ้น ว่าพฤติกร ร มการใช้เงินแบบใด ที่เราจะไม่ทำอีก

โดยไม่ซ้ำเติมตัวเอง แต่จงเรียนรู้มัน เพื่อใช้ชีวิตให้ดีขึ้น

-รั กษ าเครดิ ต ต่อเนื่องทุกเดือน

-ทำงบประมาณ จดรายจ่าย ดูแลจัดการเรื่องเงินตัวเองอยู่เสมอ

-ไม่ซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น รอให้เป็น เย็นให้ได้

-พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อมีร ายได้เพิ่ม มีโอกาสเพิ่ม

เพื่อที่จะไปปลดหนี้บั ตรให้หมดเร็วขึ้นได้ไงล่ะ

ขอบคุณ k r u n g t h a i