เมื่อต้องอยู่ร่วมกับ “สังคมของที่ทำงาน” นี่เป็น 5 ข้อที่ควรปฏิบัติ

หลายคนคงเคยเป็นรู้สึกเบื่ อไม่อย ากไปทำงาน หน่ายกับงานกับคน จนอย ากลาออกวันละหลายหน

สังคมมัน แ ย่ จนทำให้เรารู้สึกท้อ จะรับมือยังไงดี และหนึ่งในสาเหตุหลัก จากการลาออกจากงาน

ของมนุษย์เงินเดือนคือการต้องทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่มันบั่ น ท อ น จิตใจทำให้ไม่มีความสุข

กับการทำงาน และที่ทำงานของคุณ เป็นแบบนั้นไหม? ทำอย่างไรดีล่ะ เมื่อที่ทำงานมันแ ย่

แต่ถึงอย่างไร ก็อย่าเพิ่งตกใจไป หากพบว่าตัวเองกำลังเผชิญอยู่ เพราะอย่างน้อยๆ

เราก็ไม่ได้เป็นคนเดียวในโลก ที่ต้องรับชะตากร ร ม ฉะนั้น จงรับมือด้วยวิธีการต่อไปนี้ ดีกว่านะ

1.พาตัวเอง ไปรับพลังบวกมากๆ

เพราะแม้สังคมการทำงาน มันจะเป็นสังคมเล็กๆ แต่เราก็ควรเลือกเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

ในทางจิ ต วิ ท ย า ถ้าเราใช้ชีวิตร่วมกับคนแบบไหน เราจะกลายเป็นคนแบบเขานั้นแหละ

และเพื่อนที่ชอบบ่น นู่น นี่ มักจะแผ่กระจาย ความรู้สึกด้านลบให้คนรอบข้าง

จงรู้เท่าทันความรู้สึกของตัวเอง ทันทีที่คิดลบให้รีบพาตัวเอง ไปขั้วบวกทันที

2.เปลี่ยน Mindset

เพราะมันไม่มีอะไรสามารถทำร้ า ยเราได้ เท่ากับความคิดของเราเองแล้ว

ในเมื่อเรา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงใครได้ ก็จงเปลี่ยนความคิด และมุมมองที่ตัวเราใหม่

โฟกัสแต่ความสุข ความทุกข์ให้ปล่อยไป ในทุกๆ สถานการณ์ที่ย่ำ แ ย่มันก็มักจะมีเรื่องราวดีๆ อยู่เสมอ

เพียงแค่เราต้องหา ให้เจอ แล้ววันนี้เจ้านาย อาจจะเอางานกลับมาให้แก้ใหม่

เพราะเขาอาจ เห็นว่าเรามีศักยภาพทำให้ดียิ่งขึ้นได้ บ่นไปก็ไม่ช่วยให้งานเสร็จ

ฉะนั้นจงสร้างเกร าะป้องกันความคิดลบๆ ที่คอยจะทำให้สถานการณ์มันย่ำ แ ย่ มากขึ้น

3.โฟกัสแค่ตัวเอง

ไม่ปล่อยให้สังคมการทำงาน มาทำให้เราเสี ยความเป็นตัวเอง หลายคนยอมลดศักยภาพเพื่อจะได้ไม่กลายเป็นจุดเด่น

ยอมเป็นแกะที่ ถูกย้อมสีทับ ให้เหมือนตัวอื่นๆ เพราะต้องการจะได้เป็นที่ยอมรับในกลุ่ม

ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะย าวเอาซะเลย เพราะโลกของการทำงานนั้น

คนเก่งๆ ในทีมมักจะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งก่อนใคร มากไปกว่านั้นสังคมทำงาน

แ ย่ ๆอาจทำให้เรารู้สึกไม่อย ากทำอะไรเลย เราควรหากิจกร ร มนอกเวลางาน

ที่แบบว่าทำแล้วมีความสุข มีPassion ที่ดีในการใช้ชีวิต แบบที่ตัวเองควรจะเป็น

4.หาวิธี แก้ปัญหาแบบที่มันยั่งยืน

คือจะบอกว่า ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ฉะนั้น จงถอยออกมา จากความสิ้ นหวัง

แล้วมองภาพในมุมกว้างว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อะไรที่ช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นได้บ้าง

อย่างไรก็ดี หากมันเป็นสิ่งที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ควรยอมรับเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข

แต่หากวันนึงเราพบว่า ความสุขที่เคยได้รับจากที่ทำงาน ไม่มีอีกต่อไปแล้ว จนมันไปกระทบกับชีวิตส่วนตัว

ครอบครัวและคนรอบข้าง จากการแบกรับค ว า ม เ ค รี ย ด ท้ายที่สุด การลาออกอาจจะเป็นทางออก

ก็ได้ มันไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปหมด ปัญหามีอยู่ทุกที่ แต่อยู่ที่เราจะเรียนรู้ และปรับตัวได้ไหม

5.อย่าเข้าไปร่วม วงสนทนา เม้ามอย

เพราะไม่มีใครในโลกไม่ถูกนินทา และในวันนี้เราอาจ อยู่ในวงสนทนา วันหน้าเราอาจจะกลายเป็น

หัวข้อสนทนาก็ได้ เราไม่เคารพตัวเองมาก จนต้องทำให้คนอื่นดู แ ย่

เพื่อให้ตัวเองเหนือกว่า ถ้าอยู่ดีๆ ดันตกไปอยู่กลางวง ขาเม้าท์ล่ะก็ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ

การเงียบไม่ออกความคิดอะไร หากเราถูกเม้าซะเองก็อย่าเอาคำพูด แ ย่ ๆ

จากคนแ ย่ ๆ เก็บมาใส่ใจล่ะกัน เรารู้ตัวเราเองว่าเป็นคนแบบไหนก็พอ

ขอบคุณ parkerbridge