7 เหตุผล ที่ควรนิ่งเฉย เมื่อเริ่มไม่พอใจ

หากเรารู้สึกไม่พอใจ กับใครสักคนหรือสถานการณ์ช่วงนั้น เราควรนิ่งเฉยเอาไว้

1.ช่วยในการเรียกสติ หลายครั้งที่ความนิ่งเงียบ เป็นตัวช่วยที่ดีในการใช้เรียกสติกลับคืนมา เพราะเหมือนกับว่าเรากำลังจมอยู่กับตัวเอง แล้วได้ทบทวนเรื่องราวหลายๆ อย่าง ภายใต้ความเงียบ มันทำให้เราสามารถฉุ ก คิดอะไรได้หลายๆ อย่าง

2.กลายเป็นคนใจเย็น พอได้ฝึกให้ตัวเองได้ใช้สติ ภายใต้ความนิ่งแล้ว ก็อาจมีส่วนทำให้เราได้กลายเป็นคนที่มีความใจเย็นมากขึ้น และสิ่งสำคัญของความใจเย็นคือ

จะเป็นข้อดีที่ทำให้เราเกิดความผิ ดพล าดได้น้อยลง และช่วยลดการทำให้ตัวเองและคนอื่นเสี ยความรู้สึกด้วย

3.เพราะความรู้สึก เป็นแค่อารมณ์ชั่ ววูบ คนเรามักจะปล่อยให้อารมณ์ในด้านลบแค่ครั้งคราว เข้ามาครอบงำกันอยู่เสมอ และหลายๆ ครั้ง ที่อารมณ์ทั้งหมด

ได้ย้อนกลับมาทำร้ ๅยแม้กระทั่งความรู้สึกของเราเอง และคนรอบข้างไปด้วย เพราะการไม่รู้จักควบคุมอๅรมณ์ที่ดี

และไม่ยอมเตือนตัวเองไว้ว่า อารมณ์โก รธนั้น เป็นเพียงอารมณ์ชั่ ววูบที่เกิดขึ้นมาครั้งคราว ดีที่สุดคือ จงอย่ๅเอาตัวเองเข้าไปเสี ยหๅยดีกว่า

4.เป็นสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการใช้ชีวิต ของทุกๆ สังคม โดยเฉพาะคนวัยทำงาน

ที่มักจะต้องพบเจอกับอุปสรรคหรือปัญหาต่างๆ รวมถึงผู้คนมากมาย ที่เป็นสาเหตุสำคัญของความขัดแย้ งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

แต่หากเราสามารถควบคุมอๅรมณ์ตัวเอง และสถานการณ์ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี อาจทำให้ถูกมองด้วยความชื่นชมจากคนรอบข้างว่า เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ

5.ไม่ก้าวไปสู่จุด แ ต ก หั ก เชื่อว่าใครๆ ต่างก็คงไม่อยๅกสร้างความร้ๅวฉๅน ระหว่างความสัมพันธ์หรอกนะ

เพราะมันคงดูไม่น่าจะใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่ หากวันหนึ่งต้องเลิกรู้จักกันไปเพราะปัญหาด้านอารมณ์ ที่ไม่รู้จักควบคุมให้ดีพอ

6.เลี่ ยงการทำให้สถานการณ์แ ย่ลง หากรู้แล้วว่าสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มเกิดความแ ย่ลง จนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกไม่พอใจที่มีอยู่

ก็ควรทำใจให้เย็นเข้าไว้โดยใช้ความนิ่งเงียบที่มี เข้าสย บต่อเหตุการณ์ และเลี่ ยงการพูดคุยกับคนอื่นๆ ถ้ากลั วว่าจะเผลอพูดอะไรที่รุ นแ รงออกไป แล้วรอให้ใจเย็นขึ้นมากกว่านี้ แล้วจึงค่อยจึงเริ่มคุยกันด้วยเหตุดีๆ

7.เป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลาชีวิต เรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ทำให้เสี ยเวลาชีวิต โดยเฉพาะกับเรื่องที่ใช้แต่อารมณ์เป็นที่ตั้งไ ร้ซึ่งเหตุผล

ทางออกที่ดี นั่นคือควรมองข้ามปัญหาด้านอๅรมณ์ไปเลยจะดีมาก และหันมาเปลี่ยนเป็นการมองหาสาเหตุ รวมไปถึงเหตุและผลที่เหมาะสม ว่าทำไมจึงเกิดสถ านการณ์ที่แ ย่ๆ แบบนั้น